เนื่องจาก blog ตอน อาสาสมัครปลูกปะการังกับทะเลสวยๆ ใสๆ #1 นอกจากเราจะได้ไปฝึกดำน้ำ ปลูกกะการังกันแล้ว ก็ยังได้ไปศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลเพื่อทำความสะอาดบ้านเต่า กับไปเที่ยวชม เรือหลวงจักรีนฤเบศรอีกด้วย
เสาร์นี้เที่ยวไหนดีกับข้าพเจ้า เลยว่าจะไปเที่ยวชมบรรยากาศสถานที่ที่ว่ามาด้านบนสักหน่อย เผื่อใครมีโอกาสแวะมาเที่ยวสัตหีบ แต่อาจจะไม่มีอะไรมากมายเท่าไร่นัก อันดับแรกเราไปกันที่ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกันก่อน โดยศูนย์อนุรักษ์นี้ตั้งอยู่ที่
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
ซึ่งพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่มีเต่าขึ้นมาวางไข่เป็นจำนวนมาก ทางกองทัพเรือ ได้ออกประกาศตามพระราชบัญญัติว่าด้วยเขตปลอดภัยทางราชการ และให้สงวน บริเวณสถานีทหารเรือสัตหีบบางส่วน ไว้เป็นเขตปลอดภัยยังนั้นกรมประมงได้มอบการเก็บไข่เต่าทะเล ในบริเวณเขตปลอดภัย ให้กองทัพเรือเป็นผู้ดำเนินการ กองทัพเรือ จึงได้ดำเนินการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลเป็นต้นมา


โดยพันธุ์เต่าส่วนใหญ่ที่พบมีอยู่ 3 ชนิดด้วยกันคือ เต่ากระ เต่าตนุ และเต่าหญ้า แต่เต่าหัวค้อนแทบไม่ค่อยได้พบเห็นแล้ว ซึ่งเต่แต่ละชนิดก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันไป และหน้าที่ของทางศูนย์ฯคือ การสำรวจและเก็บไข่เต่า นำขึ้นมาเพาะเลี้ยงจนเมื่ออายุได้ 3-6 เดือน และมีสุขภาพแข็งแรง ก็จะปล่อยคืนสู่ะรรมชาติต่อไป




ลงไปถ่ายกับเต่า ในขณะที่กำลังทำความสะอาดบ่อ หึหึ

ในศูนย์ก็จะมีร้านค้า และร้านขายของที่ระลึกต่างๆ สามารถเดินเยี่ยมชมเต่าในบ่อต่างๆ ตั้งแต่บ่ออนุบาล ไปจนถึงเต่าตัวใหญ่ แต่อาจจะมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์อยู่บ้าง เป็นกลิ่นปลาทูที่ทางศูนย์ฯให้อาหารเต่าไว้ค่ะ และถ้าเรามองออกไปในทะเล ก็จะเห็นท่าเรือที่อยู่ฝั่งซ้ายมือ จะมีเรือจักรีนฤเบศรจอดอยู่ไกลๆตา พอเสร็จจากที่นี่ปุ๊ป เราก็จะขับรถออกไปเที่ยวที่เรือจักรีนฤเบศรกัน
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
พอมาถึงตรงท่าเรือจุกเสม็ด หรือท่าเรือที่เอาไว้จอดเรือจักรีนฤเบศร์ เราก็จอดรถตรงที่จอดและเดินเข้าไปเพื่อเยี่ยมชมได้เลย เรือจะเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 17.00 น. ยกเว้นวันที่เรือจักรีนฤเบศรต้องออกเดินทางด่วนเพื่อไปช่วยเหลือผู้คนต่างๆ โดยภารกิจของเรือหลวงจักรีนฤเบศรก็คือ
ภารกิจ
ร. ล.จักรีนฤเบศร เป็นเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ ลำแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีระวางขับน้ำมากถึง 11,743 ตัน สามารถทนต่อคลื่นลมรุนแรงได้ในระดับ 9 ซึ่งคลื่นมีความสูงถึง 13.8 เมตร และเพื่อให้การต่อเรือเป็นไปอย่างคุ้มค่า กองทัพเรือจึงได้พิจารณากำหนดคุณลักษณะเฉพาะของเรือ ให้สามารถทำหน้าที่เป็นฐานปฏิบัติการในทะเล เพื่อต่อระยะทำการของอากาศยาน และเรือรบของกองทัพเรือ ให้สามารถปฏิบัติภารกิจหน้าที่คุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และปกป้องอธิปไตยของชาติได้อีกด้วย

ร.ล.จักรีนฤเบศร ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจสำคัญในยามสงบและยามสงคราม ได้แก่
ยามสงบ
- การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ
- ปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล
- ปฏิบัติการอพยพประชาชน
- ปฏิบัติการควบคุมและรักษาสิ่งแวดล้อมในทะเลและบริเวณชายฝั่ง
- คุ้มครองผลประโยชน์ของชาติในทะเล
ยามสงคราม
- ทำหน้าที่เป็นเรือธง ควบคุม บังคับบัญชากองเรือในทะเล
- ควบคุมการปฏิบัติการป้องกันภัยทางอากาศให้กับกองเรือ
- ควบคุมการปฏิบัติการป้องกันภัยผิวน้ำ้ให้กับกองเรือ
- ควบคุมการปฏิบัติการปราบเรือดำน้ำให้กับกองเรือ
- สนับสนุนการปฏิบัติการทางทหาร
โดยมีข้อปฏิบัติการเยี่ยมชมเรือดังนี้
1.ร.ล.จักรีนฤเบศร เปิดให้เยี่ยมชมระหว่างเวลา 09.00 น. – 17.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
2.เรือรบเป็นสถานที่ราชการ โปรดแต่งกายสุภาพ และงดสูบบุหรี่
3.ห้ามนำกระเป๋าสัมภาระ กระเป๋าหรืออาหาร เครื่องดื่ม สัตว์เลี้ยง และกล้องวีดีโอขึ้นบนเรือ
4.ห้ามพกอาวุธ และวัตถุอันตรายขึ้นบนเรือโดยเด็ดขาด
5.ชาวต่างประเทศไม่อนุญาตให้เยี่ยมชมเรือ
( Foreign visitors require permission from Royal Thai Navy )
6.การเยี่ยมชมเรือให้ใช้เส้นทางเยี่ยมชม เฉพาะบริเวณที่กำหนดเท่านั้น และโปรดปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
7.โปรดแสดงบัตรประจำตัวประชาชน/บัตรประจำตัวข้าราชการกับเจ้าหน้าที่
8.บุคคลซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตราย และไม่สามารถปฏิบัติตามข้อปฏิบัติดังกล่าวได้ เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้เยี่ยมชมเรือ
Credit : http://www.navy.mi.th



ประตูทางเข้าเรือ

ร้านขายของที่ระลึกภายในเรือ

เรือลำเล็ก
พอเข้ามาในเรือแล้ว ชั้นล่างก็จะมีร้านขายของที่ระลึกต่างๆ เรือจักรีนฤเบศร 2 ลำเล็กๆ จากนั้นเราก็จะเดินเข้าประตูเล็กๆที่ทางเรือได้บังคับทางไว้ให้เดินเรียบร้อยแล้ว พอเดินขึ้นไปตามทางบันได ก็จะมีตัวกั้นบังคับเดินไว้จนขึ้นไปถึงชั้นบนสุดของเรือ ที่สามารถจอดเฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบิน (ขึ้นลงทางดิ่ง AV-8S) ได้สบายๆ มีไฮเวย์เล็กๆอีกด้วย (เอาไว้ถีบเครื่องบิน AV-8S ขึ้นแบบไม่ต้องขึ้นทางดิ่งเพื่อประหยัดพลังงาน)

อ๊ะ..แน่นอน ชมเรือหลวง ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นค่ะ



เดินขึ้นมาตามทางๆ

จนถึงด้านบนของเรือ
เนื่องจากเป็นทั้งเรือรบและเรือช่วยเหลือ นอกจากเรือลำนี้จะใหญ่มากแล้ว ก็ยังต้องบรรจุอาวุธป้องกันตนเองระยะประชิดแบบ SADRAL จำนวน 3 แท่นยิง และ อาวุธปืน 20 มม. จำนวน 4 แท่นยิง ไม่พอแค่นั้นภายในเรือยังมีอากาศยานประจำเรือ แบบเครื่องบินขึ้นลงทางดิ่งแบบ AV-8S จำนวน 9 เครื่อง และ เฮลิคอปเตอร์แบบ S-70B จำนวน 6 เครื่อง ใส่ไปได้ -*- (แต่ ณ ขณะเยี่ยมชม ไม่มีเครื่องบินให้ชมน้า)

ที่จับไม่มั่นคง น่ากลัวมากมาย

ไม่มีที่กั้นด้านซ้ายและขวาแบบแนวตั้ง มีแค่ตาข่ายแบบแนวนอนราบกับทะเล
ส่วนที่เราจะชมได้ก็มีแค่ด้านบนนี้เท่านั้นแหละค่ะ ขึ้นมาสูดอากาศ ถ่ายรูปกันสักนิดนึง หลังจากนั้นก็ลงเรือเป็นอันเรียบร้อย แต่ถ้าเผื่อใครยังรู้สึกเหมือนยังเที่ยวไม่อิ่ม ทางเรือหลวงเค้ามีแนะนำเส้นทางเที่ยวให้แบบ 1 day trip เผื่อใครอยากจะวางแผนเที่ยวกันสัก 1 วัน หรือจะไปเที่ยวตามสถานที่น่าสนใจ หรือ หาดสวยๆได้จากแผนที่ด้านล่างค่ะ

หากใครมีโอกาสผ่านมาก็แวะเที่ยวได้นะคะ การเดินทางไม่ยากค่ะ มาตามแผนที่ด้านบนก็มาถึงได้สบายๆเลย บรรยากาศที่สัตหีบ แล้วก็หาดที่นี่น้ำใส บรรยากาศดี ไม่แพ้ที่ที่เค้าว่าสวยๆเลยค่ะ แถมไม่ไกลกรุงเทพมากด้วย เหมาะกับการมารใช้เวลาพักผ่อนแบบสบายๆ เพราะไม่ต้องเหนื่อยกับการเดินทางนานๆไกลๆ ถ้าคราวหน้าจอยมีโอกาสได้ไปเอง จะมาพูดถึงที่พักดีดีในสัตหีบนะคะ
ไปฝันถึงทะเลต่อละคะ แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ : )




