วันแรกของการมาหัวหินก็หมดไปอย่างน่าเสียดาย มาถึงเย็นไปหน่อยไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหน แต่ไม่เป็นไรเพราะจอยยังจะอยู่ต่ออีกคืน เช้าวันที่สองจอยก็เลยเปิดคอมต่อเน็ท ลองหาข้อมูลท่องเที่ยวหัวหินแบบคร่าวๆดูว่าที่นี่มีอะไรให้เที่ยวบ้าง..และจากที่หาข้อมูลดูแล้วเราก็วางแผนไปเที่ยวที่ “พระราชนิเวศน์ มฤคทายวัน” ที่อยู่ก่อนถึงหัวหินนิดหน่อย เพราะคิดว่าจะไปถ่ายรูปสวยๆมาเก็บไว้ว่าเราก็เคยมา หลังจากนั้นช่วงบ่ายค่อยไปเที่ยวทะเล นอนเล่นแถวๆหาดต่อ
พอกินข้าวเช้าที่โรงแรมไอยรา ลอดจ์ เรียบร้อยแล้ว ก็ขับรถย้อนขึ้นไปทางชะอำ ประมาณ 10 กิโลจากที่พัก ก็ถึงพระราชนิเวศน์ มฤคทายวัน แล้วค่ะ ใกล้นิดเดียวเอง ทางเข้าก็อยู่ริมถนนสังเกตุง่ายค่ะ แต่จอยเองมาถึงแล้วมีอุปสรรคพอสมควรเลย ก็เลยเที่ยวในนี้ไม่ค่อยสนุกสักเท่าไร่

พอเข้ามาด้านใน ก็จะมีป้ายบอกแบบนี้ค่ะ ซึ่งจะอยู่ด้านในต้องขับรถเข้าในลึกพอสมควร

มาถึงด้านหน้า คนก็เยอะพอสมควร แถมมีคนเช่าจักรยานเยอะมาก
แต่เราไม่เข้าใจทำไมต้องเอาจักรยานเข้าไป ก็เลยไม่ได้เช่าค่ะ

ถึงด้านหน้าปุ๊ปก็ซื้อบัตรค่ะ ผู้ใหญ่ คนละ 30 บาท
แต่ยังไม่ทันจะได้เข้าไปก็เกิดปัญหาแล้วค่ะ เนื่องจากไม่ได้ศึกษารายละเอียดมาให้ดีดี ก็เลยแต่งตัวเป็น ชุดกระโปรงแขนกุด แถมปลายกระโปรงก็ไม่เลยเข่ามา แต่เพราะว่าด้านในเป็นพระที่นั่งเราจึงต้องแต่งตัวให้สุภาพตามระเบียบ เสื้อและกางเกงต้องเรียบร้อย ปลายกางเกงเลยเข่า และห้ามใส่รองเท้าแตะค่ะ จอยเองเลยมีปัญหาทั้งช่วงบนและล่างเลย เพราะเป็นกระโปรงแขนกุดปลายไม่ถึงเข่า แต่ยังโชคดีที่เอาเสื้อคลุมมาปิดท่อนบนได้ แต่ส่วนท่อนล่างทางนี้เค้าก็มีบริการผ้าถุงให้ค่ะ อุปสรรคแรก็ผ่านไปได้ เราก็เลยเข้าได้ค่ะ

แต่พอเดินเข้ามาด้านในแล้วก็ยังไม่ใช่ส่วนของพระที่นั่งนะคะ จะเป็นทางเดินยาวๆแบบนี้ ทางเข้าจริงๆจะอยู่ด้านในค่ะ ส่วนจอยก็ต้องเดินไปที่จุดรับผ้า เพื่อรับผ้าถุงมาใส่ก่อน พอถึงจุดรับผ้าก็เกิดอุปสรรคสองค่ะ เพราะคนใช้บริการส่วนนี้เยอะมากจนผ้าถุงบริการไม่พอ จะต้องรอคิวด้วยอาการอันร้อนมากๆ ถึง 42 องศา เพราะเที่ยงๆพอดี รออยู่เกือบ 20 นาทีได้ค่ะ เหงื่อแตกพลั่กๆ >.<


เห็นแดดสวยแบบนี้ แต่ร้อนจะทนไม่ไหวแล้วค่ะเนี่ย
และแล้วเราก็ได้ผ้าถุงใส่ค่ะ แต่จอยก็ใส่ไม่ค่อยเป็นมันหลวมๆไงไม่รู้ พอใส่ชุดนี้เรียบร้อยแล้วเดินไปตรงทางเข้าพระที่นั่ง พี่ด้านหน้ายังบอกให้ดึงลงอีกเลยค่ะ แอบเสียวจะหลุดมาก แทบจะต้องขมวดเป็นปมไว้กันหลุดเลยทีเดียว อุปสรรคสองก็ผ่านไป เราก็เข้าไปได้เหมือนคนอื่นสักทีค่ะ

เข้ามาก็จะเจอประวัติคร่าวๆของที่นี่ก่อน หลังจากนั้นก็จะเป็นทางเดินเข้าตัวพระที่นั่ง
อ้อ..ด้านในนี้ต้องสำรวมกิริยาด้วยนะคะ @ripmilla ต้องถ่ายรูปขาชิดด้วย 5555 (ล้อเล่น)


บริเวณด้านในก็สวยมากค่ะ ร่มรื่นมากๆ บ้านสีฟ้าตัดด้วยครีม หลังคาสีแดง บริเวณโดยรอบก็มีแต่ต้นไม้ใหญ่ สีเขียวเต็มพื้นที่ไปหมด แต่สุดท้าย เราก็ทนอุปสรรคที่สามกันไม่ไหวค่ะ เพราะว่าเราสองคนมาเดินกันตอนบ่าย กับอุณหภูมิ 42 องศาแบบนี้ สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ความร้อนที่มันจะฆ่าเราได้ทุกนาที ….เราสองคนก็เลยออกมาไม่ได้เข้าชมในส่วนของพระที่นั่งเต็มๆเลยค่ะ ได้เดินดูแค่บริเวณรอบๆเอง อุตส่าห์รอผ้าตั้งนานเข้ามาด้านในได้แค่ 20 นาทีก็เดินออกแล้วค่ะ ทนไม่ไหวกันจริงๆ แทบจะอาบเหงื่อกันแล้ว
—————————————————————————-
บึ่งออกมาจาก พระราชนิเวศน์ มฤคทายวัน ปุ๊ป ก็ตรงไปเข้าเมืองหัวหิน เลี้ยวเข้าห้างกันแบบด่วนๆปั๊ปเลยล่ะค่ะ ไปเดินเล่น กินข้าวจนตัวเย็นฉ่ำก่อน แล้วค่อยไปทะเลตามแผนกันสักบ่ายแก่ๆดีกว่าค่ะ ร้อนแบบนี้นั่งริมทะเลยังไม่ไหวเลย เราก็เลยเลี้ยวเข้าห้าง Hua Hin Village เป็นห้างที่ออกแนวเหมือน Villa นิดนึง เดินเล่นกันสัก 2 ชั่วโมง เพื่อรอให้แดดอ่อนลงกว่านี้สักหน่อย
ระหว่างเดินเล่นก็หาข้อมูลหาดหัวหินบนมือถือค่ะ แบบว่าจอยเคยมากับครอบครัวตั้งแต่เด็กๆ จำอะไรไม่ได้เลย @ripmilla เองก็ไม่เคยมา ก็เลยไม่รู้เลยว่าหาดหัวหินเนี่ยมันอยู่ตรงไหน แถมเราก็ติดภาพพัทยากันมาด้วยค่ะ แบบที่มีถนนคั่นริมหาดแล้วโรงแรมอยู่อีกฝั่งของถนน แต่ที่หัวหินนี่งงมาก เพราะตั้งแต่มายังไม่เห็นเลยว่ามีถนนเลียบหาดตรงไหน เพราะมีแต่โรงแรม รีสอร์ทที่ติดหาดแทน งงมากค่ะ
สุดท้ายแล้วหาข้อมูลมาได้ว่าหาดหัวหินอยู่ตรงไหน แต่ก็ยังนึกภาพไม่ออก ว่าแล้วก็อ๊ายอาย >.< ..ก็เลยขับรถออกมาจากห้างเพื่อที่จะไปหาว่าหาดมันอยู่ตรงไหน วนไปวนมาอยู่ 3 รอบ สุดท้ายแล้วก็มีอยู่ที่นึงที่น่าจะมั่นใจได้ว่าเป็นหาดหัวหินที่ว่า เพราะจะมีที่จอดรถด้านหน้าทางเข้านิดนึง มีขายพวกห่วงยาง ชุดว่ายน้ำเยอะๆ แล้วก็จะมีทางเดินเข้าไป แต่จอยกับ @ripmilla ก็ไม่ได้เข้าไป เพราะตอนแรกคิดว่าไม่ใช่ ฮ่าๆๆ
และแล้วเราก็เลยขับเลยไปทางเขาจะเกียบแทนค่ะ ไหนๆก็ไหนๆแล้วแบบว่าไม่มีอะไรจะเสีย ขับมันตรงไปเรื่อยๆละกัน ขับรถเล่น จนจุดทางแล้ว สุดทางอีก ทางก็เล็กลงๆ จนเพิ่งจะคิดได้ว่า มันคงจะมีแต่โรงแรมติดหาดอย่างเดียวหนะแหละ ก็เลยพยายามจะหาซอยเล็กๆที่สามารถเดินไปที่ทะเลได้แล้วก็ลงไปเดินเล่นแทน กว่าจะฉลาดต้องขับรถมาจนสุดหาดเลยทีเดียว ฮ่าๆๆ
พอหาซอยได้ จอดรถข้างๆซอยเรียบร้อยก็เดินมาที่ทะเล แล้วเราก็พบสัจธรรมค่ะ เพราะตรงหาดก็จะดูสงบๆ มีร้านอาหารเล็กๆ ให้เช่าผ้าใบนิดหน่อย นอนเล่นริมหาด หรือจะเล่นน้ำก็ได้ ..อ๋ออ แบบนี้นี่เอง สุดท้ายเราก็ได้เห็นทะเลกันส้ากกกกที ทาเลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล๊

เขาตะเกียบ

เจอม้าที่ชายหาดด้วย ตัวนี้ชื่อ “แกงส้ม” น่าจับต้มกินมากๆ ><

ถ้าจะเช่าเก้าอี้แบบนี้คู่ละ 100 บาทค่ะ ถ้าแบบธรรมดาตัวละ 20 -*- แบบแรกจะแพงไปไหน

น้ำทะเลตรงนี้ก็ใส น่าเล่นใช้ได้ค่ะ
——————————————————————-
นั่งเล่น นอนเล่น ถ่ายรูปเล่น และเล่นๆกันอยู่ให้ตัวเหนียวสักพัก แดดก็ยังคงร้อนตัวดำอยู่ เราก็เลยตัดสินใจ กลับไปว่ายน้ำสบายๆสัก 5 โมงเย็นที่โรงแรมแทนดีกว่า เปลี่ยนเสื้อผ้าง่ายกว่าด้วย เนื่องจากเราไม่ได้มีที่พักแถวๆทะเล จึงลำบากเรื่องเล่นน้ำทะเลแบบนี้แหละค่ะ กลับโรงแรมดีกว่า

มาเล่นสระว่ายน้ำแบบไม่มีใคร สบายๆ ตัวไม่เหนียว อิอิ (แล้วจะมาทะเลกันทำไม -*-)
อย่างที่บอกไปค่ะ มันไม่สะดวกจะเล่นน้ำที่ทะเล ถือซะว่ามาดูสถานที่ก่อน รอบหน้าเราจะเอาที่พักติดทะเลกันไปเลย จะนอนแช่ให้ตัวเปื่อยเชียวล่ะ
ว่ายน้ำกันสักชั่วโมงนึง ก็ขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว พักผ่อนนิดนึงก่อนออกไปกินข้าวเย็น แต่ก็ยังไม่ทันจะคิดกันเลยว่า เย็นนี้จะกินอะไรดี @ripmilla ก็ถูกเชิญชวนให้ไปทานที่ร้าน Pizza Pizza โดย @adirut (แฟนรายการ) ผ่านทาง Twitter ตรง Villa Market พอดี เราก็เลยได้ไปกิน Pizza กัน ไม่งั้นก็ได้กินซีฟู๊ดอีก อิอิ

Pizza Pizza By Yanee เจ้าของร้านนี้คือคุณญาณีนั่นเองค่ะ


บรรยากาศในร้านก็สวยมากค่ะ มีเคาท์เตอร์ให้ดูพ่อครัวหมุนแป้งกันสนุกสนาน

ซุปกุ้ง อร่อยมาก มันๆ ยิ่งกินตอนร้อนๆยิ่งอร่อยค่ะ

สุดท้ายเราก็ได้กินซีฟู๊ดจนได้ แค่เป็นรูปแบบพิซซ่าค่ะ ฮ่าๆ
แป้งบางกรอบ แป้งอร่อยมาก เห็นถาดใหญ่แบบนี้ 2 คนกินกันแปปเดียวค่ะ

แฟนรายการ @ripmilla ที่ชวนมาทานค่ะ ใจดี เพราะลดให้อีก 10% อิอิ
———————————————————————-
หลังจากอิ่มของคาวแล้ว จอยจะพาไปทานของหวานๆต่อค่ะ เพราะแอบเล็งเอาไว้ตอนมากินข้าวเย็น ที่ร้านอยู่เย็นที่เขียนไปตอนก่อน ร้านนี้จะเหมือนอยู่ในบริเวณเดียวกันกับร้านอยู่เย็นเลยค่ะ แต่จะเป็นตัวบ้านอยู่ด้านหน้า ชื่อว่า บ้านกาแฟหัวหิน บรรยากาศร้านนี้น่ารักมาค่ะ เก้าอี้ เครื่องประดับน่ารักๆ ให้ความรู้สึกถึงผู้หญิงหวานๆ






จอยเองก็ไม่ได้ไปกินร้านเค้กที่เค้าแนะนำกัน แต่มานั่งกินที่ร้านนี้แทน เค้กร้านนี้ก็รสชาติอร่อยใช้ได้ค่ะ @ripmilla บอกว่าชอบเพราะว่าเค้กไม่ค่อยหวาน ส่วนจอยว่ามันหวานน้อยไปนิดนึง แล้วแต่ชอบแล้วล่ะค่ะแบบนี้ อิอิ ..กินเค้กจนหน้าบานอย่างที่เห็นเรียบร้อย เราก็กลับไปนอนอ้วนกันที่พักค่ะ หมดแรงแล่ว
————————————————————-
พอวันรุ่งขึ้น วันที่สาม วันนี้เราจะต้องกลับกันแล้วค่ะ ตื่นมากินข้าวโรงแรม ว่าจะว่ายน้ำอีกรอบตอนเช้าสักหน่อยฝนก็ดันตกตลอดเช้าเลย อดว่ายค่ะ ต้องนอนกลิ้งดูทีวีในห้อง ไปไหนไม่ได้ จนเที่ยงเราก็ต้องเช็คเอาท์แล้วออกจากโรงแรม ก็เก็บของออกมาปกติค่ะ ลืมที่จะล่ำลาหัวหินด้วยเพราะมัวแต่บ่นว่าฝนตกทำไมตอนนี้ พอเราออกมาก็แดดออกจ้าเชียว เหมือนโดนท้องฟ้ากลั่นแกล้งง อิอิ
ขับรถออกมายังไม่ทันจะ 5 กิโล เราก็เริ่มหิวกันแล้วค่ะ ยังไม่ทันจะไปไหนเลย ฮ่าๆๆ เปิดมือถือหาข้อมูลร้านแนะนำกันอีกจนได้ ทริปนี้นี่มาตายเอาดาบหน้าตลอด ไม่มีการหาข้อมูลล่วงหน้าแต่อย่างใด 555
เหมือนเดิมค่ะหาข้อมูลบนมือถือ เราคิดว่าจะหาข้าวกินแถวชะอำ หาร้านแนะนำที่ชะอำละกัน “ร้านอาหาร แนะนำ ชะอำ″ สูตรเดิม เลือกๆมาจากที่อ่านหลายๆที่ เราก็ตัดสินใจว่าร้านนี้แหละค่ะ อยู่สุดหาดชะอำ ตรงเข้าไปตรงที่เป็นซอยเล็กๆเลยค่ะ สุดทางร้านอยู่ซ้ายมือ มีคนแนนะนำมาเยอะมาก


ร้านป้าฮี๊ดค่ะ ตอนมาถึงตกใจเหมือนกัน เพราะเห็นเป็นเพิงๆ
จะอร่อยจริงรึเปล่า หรือโดนโฆษณาแผงชวนเชื่อมารึเปล่า 55
เข้ามาในร้านแบบงงๆ ตอนนั้นกำลังจะบ่ายสอง คนในร้านก็เริ่มทยอยออกกันพอดี จอยก็ยิ่งกลัวๆว่า จะโดนหลอกป่าวว้าา พอนั่งที่โต๊ะเรียบร้อย ก็ขอเมนูพี่เค้ามา ลองๆสั่งดูก่อนละกัน ปรากฏว่า…



ปรากฏว่า..ราคาแพงมากด้วย แถมตรงเมนูปลา ก็ไม่มีราคาบอก
เพราะเค้าขายเป็นกิโล แถมราคาก็อยู่หน้าร้านด้วย ไม่ทันมอง
“จะโดนหลอกป่าวว้าาาา″ ก็ยังคิดแบบนี้อยู่
สั่งไปสัก 3 อย่างได้ค่ะ ปลากระพงทอดน้ำปลา , ยำปลาหมึก แล้วก็ข้าวผัดปู รอแปปเดียวที่สั่งไปก็มาแล้ว ค่อนข้างเร็วทีเดียว แต่ก็แอบเอะใจ ทำเอาไว้ป่าวหว่า ยังคิดว่าจะถูกหลอกกอยู่ค่ะ 555 พออาหารมาส่งทีละอย่างๆ ปรากฏว่า…..

ปรากฏว่าปลาตัวใหญ่มาก

ปรากฏว่า ปลาหมึกชิ้นใหญ่มากกก

และปรากฏว่า ข้าวผัดปูก็เยอะมาก
แบบ เฮ้ย ! ตกใจ ยังจะโดนหลอกอยู่ป่าวหว่า (ไม่เลิกๆ) สุดท้ายก็ต้องลองกินละนะ ตักข้าวผัดปูใส่จานกินไปปั๊ป ! Shittt !!!! มันอร่อยมากกก สมคำร่ำลือ คิดในใจ “ไม่โดนหลอกเว้ย” กร๊ากกกก ถึงราคาจะแพงไปนิด แต่กับรสชาติอาหารถือว่าอร่อยคุ้มค่าล่ะค่ะ อร่อยทุกอย่างเลย สั่งมา 3 อย่างจะกินกันไม่หมด มันเยอะ แต่ก็ยังแทะปลากันจนเหลือแต่หัวเลยค่ะ อิอิ

สั่งมา 3 อย่าง ราคาก็ตามนี้ค่ะ อ่อก !
“กลับบ้านไปกินบุฟเฟ่ต์กันเถอะ” แล้วก็จูงมือกันกลับบ้านค่ะ
จอยคิดว่าน่าจะเหมาะกับการมากินกันเยอะๆ เป็นครอบครัวหรือเพื่อนๆค่ะ เพราะมากันหลายคนถึงจะแพงกว่า แต่จะสั่งได้หลากหลายกว่า กินได้คุ้มกว่านี้ค่ะ เพราะจากที่ดูโต๊ะอื่นเค้ามากันเป็นสิบๆ มีโต๊ะเรามาแค่ 2 คนเอง ..หมดตรูดจากที่นี่ เราสองคนก็บึ่งรถกลับบ้านเลยค่ะ ถึงบ้านปลอดภัย ไร้รอยต่อ ทอเต็มผืน
สุดท้ายแล้ว ทริปนี้เป็นการมาเที่ยวแบบงงๆ ไม่เตรียมการ อยู่ดีดีก็ออกมา แถมยังหาข้อมูลกันดาบหน้าอีกที แต่ก็ถือว่าเป็นตัวช่วย หรือเป็นเครื่องมือในการเอาตัวรอด ในชีวิตประจำวันได้แล้วนะคะ กลายเป็นว่าจอยเป็นพวกติดหาร Search ไปแล้วเนี่ยย เอาหนะ..อย่างน้อยๆถ้าหลงป่าแล้วมือถือมีสัญญาณก็ยังบอกกล่าวให้คนอื่นมาช่วยเราได้อยู่ แต่จอยไม่เที่ยวป่านะ ชอบทะเล ถ้าหลงทะเลจะทำไงละเนี่ย อิอิ >.<
หวังว่าถ้าจะมีคนจะเอาเยี่ยงอย่าง อย่างน้อยๆก็เตรียมตัวหรือคิดมากกว่าจอยสักนิดนึง ทริปอาจจะราบรื่นไม่ตะกุกตะกักค่ะ วันนี้เขียนมายาวยิดแล้ว ไปก่อนแล้วนะคะ แล้วจะมารีวิวโรงแรมที่จอยพักที่หัวหินนี้ต่อค่ะ
^ ^/





Pingback: ไอยรา หัวหิน ลอดจ์ | Jidapa in Thai : เสาร์นี้เที่ยวไหนดี กับ เด็กหญิงจิดาภา
Pingback: เสาร์นี้เที่ยวไหนดีตอนที่ยี่สิบเก้า : ระยองทริปกันอีกสักที#2 (ป้าศรี ซีฟู๊ด) | Jidapa in Thai : เสาร์