เด็กหญิงจิดาภาตอนนี้ มีภาระกิจต้องไปปาย เพราะงั้นทริปนี้จอยจะพาไปเที่ยวปายด้วย First Class กันค่ะ
เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จอยแอบหนีไปเที่ยวปายมาค่ะ แต่เป็นการไปเที่ยวแบบมีภาระกิจด้วย นั่นก็คือการไปงานแต่งงานของเจ้าของร้านขนม Sweet And Mellow เจ้าสาวสุดสวย @sweetener และ เจ้าบ่าวสุดเท่ห์ @imenn และแน่นอนว่าทริปปายครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่เราจะไปปายกัน จอยเคยไปเหนือสุดก็แค่เชียงใหม่ แถมยังไปกับครอบครัวอีกด้วย แต่งานนี้เราต้องไปกันเอง เพราะงั้นก็ต้องไปการบ้านกันสักนิดนึงก่อนไป
อำเภอปาย หรือเมืองปาย อำเภอเล็กๆ ทางตอนเหนือของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทาง มาเที่ยวชมความงามตามธรรมชาติแห่งนี้ อย่างต่อเนื่อง … เสน่ห์ของเมืองนี้ ก็คือ เป็นเมืองเล็กเล็ก ล้อมรอบไปด้วยภูเขา มีแม่น้ำหลายสาย ธรรมชาติยังคงสภาพดีมาก สถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละแห่งไม่ไกลกันมาก อีกทั้งการใช้ชีวิตของผู้คนที่นี่เป็นไปอย่างเรียบง่าย อัธยาศัย น้ำใจไมตรี ของคนที่นี่ เป็นสิ่งที่ ดึงดูดนักเดินทางจากทุกมุมโลก อากาศเย็นสบายในหน้าร้อน และหนาวในหน้าหนาวเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวที่หลงใหลเสน่ห์ของเมืองปาย
ต่อมาหลังจากที่รู้จักปายคร่าวๆ กันแล้ว ก็มาดูว่าเราจะไปกันอย่างไร โดยในเว็บของ @sweetener www.sweetandmellow.com ให้ข้อมูลเบื้องต้นเอาไว้บ้าง ทั้งเครื่องบิน ทั้งรถไฟ ทั้งรถทั้วร์และขับรถไปเอง เรื่องขับรถไปเองนี่ไม่ไหวจะเคลียร์ ส่วนนั่งเครื่องไปก็แพงเกินไป (หลังจากตรวจราคาแล้ว) รถไฟก็นานเกิน… เพราะฉะนั้นก็คงเหลือทางเดียวก็คือ รถทัวร์ !
“อ้าว..แต่ไหนบอกว่าจะพาไปแบบ First Class !!” ไม่ต้องห่วงค่ะ การขึ้นรถทัวร์ไปไม่ใช่ไปถึงปายเลย แต่เราต้องไปลงเชียงใหม่ก่อนถึงจะต่อรถไปได้ แล้วการไปเชียงใหม่ด้วยรถทัวร์เนี่ย มันใช้เวลาถึง 8 ชั่วโมงเลยทีเดียว ตอนแรกจอยเองก็อิดออดอยู่ตั้งนาน ไม่อยากขึ้นรถทัวร์ไปเลย มันต้องนอนไม่ได้แล้วก็เหนื่อยแน่ๆ แต่พอได้ยินมาจากเพื่อนว่า เคยไปเชียงใหม่ด้วยรถทัวร์ที่แบบราคาไม่แพงแต่สบายมากๆ ก็เลยรีบหาข้อมูลกันโดยด่วนเลยทีเดียวค่ะ (หลังจากลงเชียงใหม่แล้วก็สามารถขึ้น Mini Bus จากอาเขตไปปายได้เลยอีก 150 บาท)
ซึ่งรถทัวร์ที่ว่านี้ก็คือ นครชัย แอร์ แบบ First Class 21ที่นั่ง ไฮโซสุดๆ อย่างกับนั่งเครื่องบิน ราคาก็ไม่แพงด้วย และหลังจากได้อ่านรีวิวแล้วจอยแทบไม่ลังเลที่จะรีบโทรไปจองที่นั่งเลยค่ะ โดยรถ First Class นี้ จะมีเส้นทางเดินรถแค่ ขอนแก่น , อุบลราชธานี , แล้วก็เชียงใหม่เท่านั้นค่ะ แถมรอบก็ยังมีแค่ 20.20 น. และ 22.20 น. เท่านั้นด้วย ไม่รีบจองละก็ไม่มีที่นั่งแน่ๆ และพอได้ไปสัมผัสสภาพจริงๆมาแล้วจอยเลยจะมาพานั่งรถ First Class แบบนี้ไปเชียงใหม่กันค่ะ (จากกรุงเทพฯ สามารถขึ้นรถได้ที่ท่ารถของนครชัยแอร์ (วิภาวดี 19) หรือที่หมอชิตก็ได้ โดยรถจะรับคนจากท่ารถก่อน แล้ววนไปที่หมอชิตค่ะ) โอ๊ะ ลืมบอกไปค่ะ ราคากรุงเทพ-เชียงใหม่เที่ยวแบบนี้ราคาอยู่ที่ 800 ต้นๆเท่านั้นค่ะ

ซึ่งจอยเลือกขึ้นที่ท่ารถนครชัยเลย

ระหว่างรอรถ หากใครยังไม่ทานอะไรก็มีศูนย์อาหารเล็กๆฝั่งตรงข้ามให้ทาน

เดินเข้ามาก็เจอศูนย์บริการลูกค้า เอาใบเสร็จจากการจ่ายตังค์ผ่าน 7eleven
ไปยื่นหน้าเคาท์เตอร์เพื่อแลกเป็นตั๋วจริงค่ะ (เหมือนขึ้นเครื่องบินมาก 55)

ได้ตั๋วแล้วเราก็เดินเข้าไปในโซนห้องรับรองค่ะ

มีบริการรับฝากกระเป๋าด้วย ชิ้นละ 20 บาท นะจ๊ะ

มีที่พักสำหรับ First Class ด้วย แต่เข้าไปไม่ได้ที่นั่งเต็มหมด – -

คนค่อนข้างเยอะทีเดียว แต่พอถึงเวลาเรียก พี่พนักงานก็จะเรียกไปตรงเคาท์เตอร์เพื่อโหลดกระเป๋า
และเดินเข้าไปหลังประตู (ให้ความรู้สึกเหมือนเครื่องบินดี 55)

เดินผ่านหลังประตูมาก็ขึ้นเครื่อง เอ๊ย .. รถ ! ได้เลยจ้า

หลังจากเดินขึ้นมาแล้ว ถึงกับตกใจ โหวววววว ไฮโซมากก ที่นั่งกว้างสบายสุดๆ
นี่แหละที่นั่งที่เราจะฝากชีวิตไว้ 8 ชั่วโมงหลังจากนี้ >.<

ที่นั่งเดี่ยวด้านข้างค่ะ จะเห็นว่าตรงส่วนขามันเว้าเข้าไปอีกยืดขาได้สบายมาก
ส่วนเบาะจะเอนแค่ไหนก็ได้ไม่ไปกินที่คนข้างหลังแน่นอน เพราะเบาะจะถีบตัวออกมาด้านหน้าแทนค่ะ

ขายาวๆอย่างจอยยืดสุดแล้วยังเหลือ…
.

ขนาด @ripmilla ยังตกใจ !!!
.
เรามาดู Option อื่นๆเพิ่มเติมค่ะ

เบาะเก้าอี้ไฟฟ้า ปรับที่พักขา และ เอนเบาะนอน (มีระบบนวดด้วย) , และถาดรองสำหรับวางกล่องข้าว

ผ้าห่มสำหรับคืนนี้ , และที่กั้นตรงกลาง เผื่อต้องการความเป็นส่วนตัวจากคนหน้าแปลก

มีคอนโทรลเลอร์ด้วย อันนี้สำหรับควบคุมเมนูต่างๆบนจอที่มีทั้ง เพลง , หนัง และเกมต่างๆให้เล่นค่ะ
จอยกับ @ripmilla ดูหนังกันคนละเรื่องคนละจอ ไม่แย่งกันสบายดีค่ะ 55
.
หลังจากนั้นพอรถเริ่มออกตัวอย่างจริงจังจากสถานีหมอชิต อันนี้ชอบมากค่ะ

เพราะก่อนออกรถ จะมีพนักงานขับรถคอยประกาศว่า
“ข้าพเจ้าชื่อ….ขอสัญญาว่า จะนำทุกท่านส่งยังท่ารถเชียงใหม่ด้วยความสวัสดิภาพ”
ส่วนบัสโฮสเตสก็มีกับเค้าด้วย โดยแจ้งว่า
“ข้าพเจ้าชื่อ…ขณะนี้เรากำลังพาท่านไปยังเชียงใหม่ โดยจะถึงเชียงใหม่ประมาณเวลา 05.30 น. บลาๆๆ”

พอรถออกตัวไปสักระยะนึงพนักงานก็จะเริ่มเดินเสิร์ฟทีละอย่าง แจกหลายอย่างมาก
อาทิเช่น แปรงสีฟันหรือผ้าปิดปาก (ให้เลือก 1 ชิ้น) , ข้าว 1 กล่อง , น้ำเปล่า 1 ขวด ,
โอวัลตินหรือโค้กกระป๋อง (ให้เลือกอีก 1 ชิ้น) , ขนมอีก 1 ถุง
สุดท้ายแล้วนอนตื่นมาปลายทางก็จะแจก น้ำผลไม้หรือนม (ให้เลือกอีก)
เยอะมากจนต้องเก็บใส่ประเป๋า เพราะอิ่มมาก…
.

นอกจากคืนนี้เราจะต้องพึ่งเบาะเทพนอนกันแล้ว
วันนี้เรายังต้องพึ่ง Sanyo Mobile Booster 5000 มิลลิแอมป์ ตัวนี้ด้วยค่ะ
เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องอุปกรณ์มือถือจะแบตหมดคืนนี้แน่นอน
เพราะอุปกรณ์เราสามารถชาร์ตด้วย Usb ได้หมด อิอิ

อ๊ะ….รถทัวร์เริ่มปิดไฟนอนแล้วค่ะ
จบตอน 1 ด้วยการขอตัวไปนอน แล้วจะต่อตอนที่ 2 ด้วยการที่ถึงเชียงใหม่แล้วน้า
แล้วจะพาไปปายต่อตอน 2 จ๊ะ อันยอง….





Pingback: เสาร์นี้เที่ยวไหนดีตอนที่ยี่สิบสาม : ไปปายด้วย First Class 2 | Jidapa in Thai : เสาร์นี้เที่ยวไหนดี กับ เด็
Pingback: เสาร์นี้เที่ยวไหนดีตอนที่ยี่สิบสี่ : ปาย (ไหนดี) | Jidapa in Thai : เสาร์นี้เที่ยวไหนดี กับ เด็กหญิง
Pingback: ปาย (ทำไร) | Jidapa in Thai : เสาร์นี้เที่ยวไหนดี กับ เด็กหญิงจิดาภา
Pingback: วางแผนเตรียมตัวไปเที่ยวด้วยระบบออนไลน์ | Jidapa in Thai : เสาร์นี้เที่ยวไหนดี กับ เด็กหญิงจิดาภา