จบจากดีสนีย์แลนด์ไปเมื่อตอนที่แล้ว ตอนนี้จะพาไปดูจุดชมวิวที่สวยที่สุดของฮ่องกงกันค่ะ ดีสนีย์จะเหนื่อยกันขนาดไหนก็ช่าง แต่ประสบการณ์ดีดีหาได้ยากกว่าค่ะ ไปกัน
จากเมื่อ ตอนที่ 4 นั้น จอยได้ไปเที่ยวดีสนีย์แลนด์จนหมดทุกเม็ดกันไปเรียบร้อยแล้ว แต่เรายังไม่กลับที่พักกันนะคะ วันนี้เราจะเที่ยวกันต่อ เพราะว่าเราจะอยู่ที่ฮ่องกงนี่เป็นวันสุดท้าย พรุ่งนี้เราก็จะกลับกันแล้ว เพราะงั้นวันนี้ก็…..เต็มที่ไปเล๊ยยยยย….. ^ ^/
หลังจากที่เที่ยวดีสนีย์กันอิ่มมมแล้ว แต่ตอนนี้กระเพาะจอยหิวแทนแล้วค่ะ ก็วันนี้ทั้งวันกินข้าวไปแค่ตอนเที่ยงมื้อเดียวเองนี่นา จอยและ @ripmilla เลยตัดสินใจนั่ง MTR ไปอีก 1 สถานี เพื่อไปห้าง CityGate Outlet Mall ที่ Tung Chung ไปหาอะไรกิน แล้วก็อยากรู้ว่า Outlet ที่นี่มีอะไรบ้างด้วยค่ะ

รถไฟไป Tung Chung มาแล้วจ้าา…

จากสถานี Sunny Bay ไป Tung Chung แค่สถานีเดียวก็จริง แต่มันอยู่ไกลพอสมควรเลยล่ะค่ะ
ต้องมุดใต้ทะเลไป 1 รอบ ไกลถึงขนาดหลับได้เลย 55
พอมาถึงที่สถานี Tung Chung ก็จะเจอห้าง City Gate Outlet Mall แล้วค่ะ ซึ่งทางออกเนี่ยก็เชื่อมกับ MTR เลย ไม่ต้องหาให้เมื่อยตุ้ม ซึ่งพอเข้ามาด้านในแล้ว ก็จะมีพวก shop ต่างๆ ที่เป็น Outlet ทั้งหมด



หน้าตาแบบนี้ค่ะ หน้าช็อปมั้ยล่าาาาา..
แต่ก่อนที่จะมาช็อปเนี่ย จอยขอกินข้าวก่อนดีกว่านะคะ ท้องเริ่มกิ่วแล้วตอนนี้ แรงก็ไม่มีจะเดินแล้วด้วย หิวมากมายยยยย ของกินนน..ของกินอยู่หนายยยย เป็นห้างทั้งทีให้ตายยังไงมันก็ต้องมีละน่า ของกินเนี่ยยยย แต่ก็..เดินหาอยู่สักพักเหมือนกันค่ะ เดินกันแบบไม่ได้มองป้ายไง เลยหลงไปหลงมาอยู่นั่น ขึ้นไปข้างบนอีกหน่อยก็เจอแล้วค่ะ

Food Republic ! ซึ่งด้านในก็เหมือน Food Center บ้านเรานั่นแหละค่ะ
มีอาหารหลายๆอย่างให้เลือกซื้อกันไป
ตั้งแต่มาที่ฮ่องกงนี่ ก็เพิ่งเคยเห็น Food Center ของที่นี่ พอจอยเห็นปุ๊ปล่ะก็ กรี๊ดกร๊าดใหญ่เชียวค่ะ เพราะว่ามีอาหารให้เลือกหลายๆอย่าง ไม่ต้องมานั่งเถียงกันว่าจะกินอะไรดี ต่างคนต่างเลือกกันไปค่ะ

จอยเดินวนๆ เลือกๆอยู่สักพักค่ะ กำลังประเมินราคาไปด้วยว่า มีอันไหนน่าสนใจบ้าง แต่ในระหว่างที่เดินอยู่ ก็แอบเหลือบไปเห็นร้านนี้ค่ะ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
อาหารไทยค่ะ ร้านนี้เค้าขายอาหารไทย ในขณะนั้น..หญิงสาวที่มาอยู่ฮ่องกงได้เพียง 3 วัน หญิงสาวที่ยังไม่คุ้นกับอาหารฮ่องกง หญิงสาวคนนั้น..จอยเองค่ะ ! รีบวิ่งเข้าไปดูเมนูแบบไม่คิด (ดูหน้าสิ หน้าบานเชียว – -)
แต่…เอิ่มม เมนู…แปลได้แค่บางอย่างเองค่ะ บางอย่างก็เขียนยากซะไม่เข้าใจ @ripmilla ยังงงเลย แต่ไม่พอค่ะ..ตั้งแต่เดินเข้ามาที่นี่ มีเรื่องให้ตกใจถึง 2 อย่างด้วยกันแล้ว ทั้ง Food Center แบบนี้ ทั้งร้านขายอาหารไทยแบบนี้ ไม่พอค่ะ ยังมีเรื่องให้ตกใจเรื่องที่ 3
เพราะในขณะที่เรากำลังคิดอยู่ว่า จะกินอะไรดี และจะสั่งยังไงดีนั้น อยู่ดีดี พ่อครัวที่อยู่ด้านใน ชะโงกหน้าออกมาคุยกับพนักงานขายข้างหน้าเป็นภาษาไทยว่า “เฮ้ย เมนูที่สั่งเมื่อกี้อะไรนะ?” โอ้โห ! แค่นั้นแหละ เราถึงกับสบายใจแล้วก็ถามเป็นภาษาไทยออกไปว่า “ขอโทษนะคะ ที่นี่มีอะไรให้ทานบ้าง” กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก ตกใจเหมือนกันที่เห็นคนขายเป็นคนไทย แต่ตอนขายของให้กับคนฮ่องกง เค้าก็พูดภาษาฮ่องกงนะคะ แถมยังพูดภาษาอังกฤษด้วย เก่งจริงๆ สุโค่ยยยยย

ซึ่งร้านนี้เค้าก็มีอาหารไทยที่เราอยากจะกินอยู่นั่นแหละค่ะ เช่น ข้าวผัดกระเพรา ข้าวผัดผักบุ้ง แล้วก็ก๋วยเตี๋ยวต่างๆ แต่มีอย่างนึงที่เห็นคนต่างชาติสั่งเยอะมากก็คือ ข้าวผัดสัปปะรด @ripmilla ก็เลยจัดไปหนึ่งที่ ส่วนจอยเองก็ คิดถึงอาหารไทยมาก ก็เลยได้เจ้านี้มาค่ะ

เจ้านี้ค่ะ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ >.<

อันนี้ข้าวผัดสัปปะรดของ @ripmilla ค่ะ ยังคงความเยอะและพูนเหมือนข้าวที่นี่อยู่ค่ะ ฮ่าๆ
———————————————————————
หลังจากที่กินกันอิ่มแล้ว เราก็เลยคิดว่าจะมาเดินใน Outlet ดูของกันสักหน่อย แต่ทว่าา…ตอนนั้นก็ประมาณสามทุ่มครึ่งได้ค่ะ พอเดินลงมาก็เห็นว่าร้านต่างๆก็เริ่มปิดกันหมดแล้ว หวาาาาๆ เศร้าใจมากมาย อุตส่าห์นั่งรถมาที่นี่ แต่ได้กินข้าวอย่างเดียวซะงั้นอ่ะค่ะ อดเที่ยวเลยน T______T
แต่แน่นอนค่ะ..@ripmilla ผู้แสนดีของเรา เค้ารู้ว่าที่ The Peak เนี่ย เค้าปิดประมาณห้าทุ่มครึ่งนู่น แถมรู้อีกว่าจอยอยากไปมาก แต่ยังไม่ได้ไปเลย ก็เลยเอาใจให้หายเศร้าโดยบอกว่า จะพาไปที่ The Peak จุดชมวิวที่สวยที่สุดในฮ่องกงนั่นแหละค่ะ เย่ววววววววววววววววววววว ดีใจๆ ไปกันโลดดดดด (^.’)// go go
อุ๊บส์…แล้วมันไปยังไงกันล่ะ พึ่ง MTR กันอีกแล้วล่ะ แถมต้องนั่งข้ามน้ำข้ามทะเลกันยาวมากเลยล่ะค่ะ เพราะจาก Tung Chung ที่อยู่เกาะลันเตา แต่เราต้องข้ามเกาะ Tsing Yi ไปสู่เกาะเกาลูน จากเกาลูนไปที่ฝั่ง hong kong Island นู่นนน

แต่ด้วยพลังของ MTR เราสามารถนั่งเพื่อเลาะทั้ง 3 เกาะไปด้วยระยะเวลา 40 นาที
ปรู๊ดดดเดียวถึงค่ะ
พอลงรถไฟที่สถานี Central ตามที่อ่านมาปุ๊ปเนี่ย คราวนี้ปัญหาก็เกิดค่ะ เพราะว่าตามวิธีเนี่ยเค้ามีให้เลือกถึง 3 วิธีด้วยกันคือ เดินไปเพื่อขึ้น Peak Tram (รถไฟขึ้น The Peak) หรือว่า จะนั่งรถเมล์ไปที่ Peak Tram และสุดท้ายคือ นั่งรถเมล์ขึ้นไปที่ The Peak เลย มีให้เลือกเยอะขนาดนี้ แต่เราไม่มีเวลามาเสี่ยงมากเท่าไร่แล้วล่ะค่ะ กว่าจะมาถึงที่นี่ตอนนี้เวลาก็สี่ทุ่มครึ่งเข้าไปแล้ว
เราตัดสินใจถามคนที่ยืนให้บริการถามทางอยู่ภายในสถานีค่ะ ซึ่งเค้าบอกว่าขึ้นรถเมล์ไปก็ได้ค่ะ แต่ว่ากว่าจะเดินไปถึงป้ายแล้วรอรถเมล์อีกไม่รู้จะใช้เวลานานเท่าไร่ จึงแนะนำว่าให้เดินไปจะดีกว่า บอกทางออกเราเรียบร้อย เรา 2 คนก็รีบเดินจ้ำอ้าวกันไปเลยค่ะ อ้อ..ไม่ลืมที่จะขอบคุณพี่คนนั้นด้วย >.<
ออกทางออก J มั้งค่ะ ถ้าจอยจำไม่ผิดนะ พอเดินออกมาจากสถานีปุ๊ป เราก็ยืนงงๆกันอยู่ค่ะ จอยก็กางแผนที่ดูตามชื่อถนน ส่วน @ripmilla ก็กาง Iphone มาใช้ App ที่สามารถเป็น GPS ขณะออฟไลน์ได้ช่วยกันทั้ง 2 ทางค่ะ แต่บ้านเมืองนี้..เค้าเป็นบ้างเมืองท่องเที่ยวค่ะ ไม่ทันที่เราจะดูแผนที่กันเข้าใจ จอยก็แอบเห็นป้ายนี้ค่ะ

ไป Peak Tram มายก๊อดดดด รู้ใจที่ซู๊ดดดด
แต่เราก็เดินไปแบบไม่มั่นใจว่ามาถูกทางรึเปล่า แต่ตลอดทางก็ยังอุตส่าห์ค่ะ

อุตส่าห์มีป้ายแบบนี้ บอกตลอดทางเลย เยี่ยม!!
เค้าบอกว่าถ้าเดินอาจจะใช้เวลา 10-15 นาที ตอนแรกก็นึกว่าจะไกลกว่านี้ค่ะ แต่นี่ไม่ไกลเลย เดินออกมาจากสถานี เดินๆ เลี้ยวๆ ข้ามถนนมา 2 จึ๊ก ก็ถึงแล้วค่ะ ตกใจมาก ..

ถึงแล้วค่ะ เย้ๆๆๆๆ

Peak Tram คือรถรางที่จะนำเราขึ้นไปที่ The Peak ค่ะ เพราะฉะนั้นมาถึงแล้วก็รีบซื้อตั๋วจ๊ะ
ราคาเท่าไร่หว่า..ไป-กลับอยู่ที่ 33 HKD โดยประมาณค่ะ

เย้…รถรางมาแล้วววๆ ไปกัน
ขาขึ้น ตื่นเต้นอยากไปมาก ก็เลยไปนั่งซะด้านหน้าเลยค่ะ ระหว่างที่มันกำลังค่อยๆขึ้นไปๆเรื่อยๆ โดยที่เราไม่ได้รู้สึกว่ามันสูงสักเท่าไร่นั้น จอยเองก็กำลังถ่ายรูปบวกกับมองไปข้างบนอยู่ แต่อยู่ดีดีก็มองไปด้านข้าง ปรากฏว่าตกใจมาก ด้านข้างๆมันไม่มีอะไรที่เป็นพื้นดินเลย แถมมองออกไปก็เห็นตึกที่อยู่ด้านล่างนั่น เหวอสุดๆอ่ะค่ะ จอยเป็นโรคกลัวความสูง พอกำลังเหวอๆอยู่เราก็เลยมองไปมองมา เผลอหันกลับไปมองด้านหลัง กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด…..เราไม่รู้สึกเลยว่ามันขึ้นชันขนาดนี้ มองไปด้านหน้าดูไม่ชันเท่าไร่ค่ะ แต่จริงๆแล้วเนี่ย มันชันมาก มองลงไปด้านหลังเสียวๆสุดๆ แล้วรถรางก็เป็นรถที่ใช้รอกในการดึงรถขึ้นและลงแค่นั้นอีกด้วย พอนึกได้แบบนี้ปุ๊ป คนกลัวความสูงอย่างจอยก็เลยนั่งนิ่งๆ ภาวนาให้รีบถึงมากมาย >.<
พอมาถึงด้านบนปุ๊ป มันก็เป็นตึกๆนึง ด้านในก็เหมือนห้างเล็กๆค่ะ เดินเข้าไปแล้วก็เดินขึ้นไปด้านบนสุดเลย ถึงจะเจอ The Peak

เดินขึ้นไปเรื่อยๆค่ะ

พอเดินขึ้นมาถึงปุ๊ป ก็รีบซื้อตั๋วเข้า The Peak อีกทีค่ะ
ไม่รู้จะเรียกว่าเดินเข้าหรือเดินออกนะคะ ด้านขนก็เหมือนเป็นด้านฟ้าตึกที่ทำเป็นจุดชมวิวนั่นแหละค่ะ ตอนแรกก็ตื่นเต้นที่จะได้ดูวิวสวยๆค่ะ แต่พอเดินออกไปเท่านั้นแหละ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด อีกรอบนึง…มันสูงมากกกอ่ะค่ะ ที่กั้นก็เป็นกระจกใสๆ แล้วจอยเองก็ตัวสูงด้วย ที่กั้นจึงสูงกว่าเอวจอยนิดหน่อยเท่านั้น ตอนนั้นกลัวมากกกกกกถึงมากที่สุด ไม่กล้าแม้กระทั่งเดินไปใกล้ๆที่กั้นเลย ต้องมายืนห่างๆ @ripmilla ขำมาก อุตส่าห์ขึ้นมาแล้วไม่กล้าไปยืน แล้วดันอยากมาเองซะอีกนะเนี่ย 555
ซึ่งด้านนอกตรงนั้นเนื่องจากเป็นที่สูง เพราะอยู่บนเขา อากาศจึงหนาวมากๆ มีเมฆ หมอก ลอยอยู่ตลอดเวลาเลย เรียกได้ว่าอากาศดีสุดๆ ถ้าเทียบกับข้างล่างแล้ว ข้างล่างอุณหภูมิตั้ง 25 องศา ไม่ได้เย็นเท่าไร่ จอยชอบอากาศเย็นๆแบบข้างบนนี่มากมาย แต่ก็อยากได้รูปตัวเองกับวิวด้วยนะ ทำยังไงดีล่ะ ไม่กล้าไปยืนเลย T_T..
แต่ในตอนนั้นเอง @ripmilla ซึ่งกำลังเพลินกับการหามุมถ่ายรูป พยายามที่จะถ่ายวิวนั้นให้สวยๆอยู่ โดยปรับกล้องไปมา หาวิธีถ่ายด้วยกล้องที่เรามีให้ได้ดีดี จอยเลยถือโอกาสนี้เดินไปที่มุมอื่น มุมที่ไม่มีคน และไม่มีคนที่จะมาเดินชนเราด้วย (เพราะแค่เดินเข้ามาใกล้ๆจอย จอยก็กลัวว่าเค้าจะเดินชนจอยตกลงไป ฮ่าๆๆ ว่าไปนั่น) พอได้มุมดีดีปุ๊ป จอยก็เดินเข้าไป แล้วก็พยายามเขยิบเข้าไปยืนตรงที่กั้นให้ได้อ่ะค่ะ
โดยที่อันดับแรก ไปยืนห่างๆตัวกั้นก่อน ยืนเฉยๆ ยืนให้ชิน พอชินแล้ว ก็ค่อยๆเขยิบเข้าไป ยืนให้ชินอีก ทำแบบนั้นไปเรื่อยๆจนกว่าจะถึงตัวกั้นกระจกได้ และแล้ว..สุดท้าย..จอยก็ทำได้ค่ะ เย้ๆ หลังจากไปฝึกฝนอยู่สักพัก ก็สามารถไปยืนตรงตัวกั้นได้ ฮ่าๆๆๆ

มุมจากด้านบน The Peak สวยมากกก เห็นตึกธุรกิจต่างๆ ข้ามไปถึงฝั่งเกาะเกาลูนด้วย

กรี๊ดๆ นี่ไง ยืนได้แล้ว (แต่ดูหน้าสิ ยังแหยงๆอยู่เลย 5555)
—————————————————-
หลังจากนั้น เราก็เดินเล่น ชมวิวรอบๆและอากาศเย็นๆไปอิ่มหมีพีมันกันไปเลยค่ะ วันนี้วันสุดท้ายของการเดินทางแล้ว การเที่ยวครั้งนี้ก็คุ้มค่าสุดๆค่ะ คุ้มค่าประสบการณ์มากๆ เพราะจอยเองคงไม่ค่อยได้มีโอกาสไปต่างประเทศสักเท่าไร่หรอก มาคราวนี้นี่..เต็มที่กันไปเลยค่ะ ฮ่าๆๆ
พอถึงโรงแรม เราก็ต้องตั้งหน้าตั้งตา เก็บกระเป๋าให้เรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ เตรียมร่ำลาฮ่องกงกันในวันรุ่งขึ้น เครื่องบินออกช่วงบ่ายสี่ ไปถึงสนามบินสักบ่ายสอง เพราะงั้นเราก็พอมีเวลานอนกันถึงสายๆเพื่อพักผ่อนกันอย่างสบายๆค่ะ
ตอนขากลับจอยจะเป็นยังไงบ้าง จอยจะมาเขียนต่อตอนหน้านะคะ ขอบคุณที่ติดตามเช่นเคยค่ะ
ตบท้ายด้วยรูปนี้ค่ะ





